หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
สำนักงานเทศบาลตำบลวังหว้า

แถลงนโยบายนายกต่อสภา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
เทศบัญญัติตำบลวังหว้า
เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาเทศบาล 3 ปี
แผนดำเนินการประจำปี
แผนอัตรากำลัง
โครงสร้างเทศบาลตำบลวังหว้า
คณะผู้บริหาร เทศบาลตำบลวังหว้า
สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังหว้า
ทำเนียบพนักงานเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนาฯ
กองสาธารณสุขฯ

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.

รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี
รายงานประชุมสภาเทศบาล.
การประชุมประชาคมตำบล
โรงเรียนวัดเกาะ
โรงเรียนวัดดงขี้เหล็ก
การป้องกันภัยโรคไข้เลือดออก
รอบรั้วเพื่อนบ้านอาเซียน
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
พรก./พรบ.
กฏระเบียบกระทรวง
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/พิการ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
พบเห็นทุจริตโปรดแจ้ง

สาระน่ารู้/เอกสารเผยแพร่
ผู้ดูแลระบบ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์(สขร.)
แบบวัดความพึงพอใจ
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เช็คอีเมล์
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานข่าว ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
   
 
ชาติภูมิสถานพระพรหม คุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)  
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2548 พี่ชายคนที่สามของท่าน และภรรยาได้มอบอาคารพาณิชย์ ซึ่งคือร้านใบรัตนาคารบนที่ดินของวัดยางให้แก่คณะกรรมการมูลนิธิชาติภูมิสถาน ป.อ.ปยุตฺโต เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานแด่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เป็นศูนย์ข้อมูลชีวประวัติและผลงานของท่าน มีคนในท้องถิ่นร่วมกันบริจาคทรัพย์และข้าวของสมทบ ใบรัตนาคารยุคใหม่จัดแบ่งชั้นล่างเป็นสามส่วน ด้านหน้าซ้าบเป็นโถง ต้อนรับในบรรยากาศบ้านเก่ามีภาพถ่ายครอบครัวและเครือญาติประดับฝาผนัง ด้านหน้าขวาจำลองบรรยากาศร้านขายเสื้อผ้าใบรัตนคารในอดีต ส่วนด้านหลังเป็นมุมของใช้ในครัวเรือนและชั้นวางหนังสือซึ่งมีผลงานของท่านเจ้าคุณฯ ให้เลือกอ่านเลือกฟังได้ตามความพอใจ ชั้นบนมีมุมโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระพุทธรูปและห้องเล็กตั้งสิ่งประดิษฐ์เชิงช่างที่ท่านเจ้าคุณสนใจไว้กลางห้อง ที่ฝาผนังรอบห้องมีป้ายนิทรรศการแสดงคุณลักษณะนิสัยของท่านในเรื่องต่างๆ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่บนชั้นสองนี้อุทิศให้ห้องสอนหนังสือจำลองของท่านในวัยเยาว์ ที่มักเกณฑ์น้องๆ และเพื่อนบ้านมาเป็นนักเรียนอยู่ทุกเย็น
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
วัดบ้านกร่าง  
เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วม 400 ปี เป็นวัดที่มีกรุ๋พระขุนแผนบ้านกร่างเป็นนื้อดินเผาศิลปะอยุธยา คาดว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถึระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช เมื่อตอนยกทัพกลับผ่านอำเภอศรีประจันต์ ได้พักทัพริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ทรงรับสั่งให้ทหารสร้างพระเครื่องซึ่งเล่ากันว่าเป็นจำนวนถึง 84,000 องค์บรรจุในกรุวัดบ้านกร่างคู่ เป็นพระที่มีความหมายมากมาย ในการสร้างพระครั้งนี้แม่พิมพ์แกะเป็นสององค์คู่กัน โดยสมมุติให้เป็นองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ พระรูปแบบนี้หายากในกรุอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ภายในวัด มีอุโบสถและวิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา มีใบเสมาเรียงรายรอบโสถ์ที่มาจากการนำระวัดกร่างพิมพ์ทรงพลใหญ่มาจำลอง
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
วัดคลองชะโด ตำบลวังหว้า อำเภอรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี  
ประวัติวัดคลองชะโด วัดคลองชะโด เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ.2485 (ประมาณ 69 ปี) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เริ่มแรก นายกลิ้ง นางพูล ประทุม และนายหรั่ง นางกอง บุญเรืองรอด เป็นผู้ถวายที่ดินและริเริ่มก่อสร้างวัดขึ้น ได้ตั้งชื่อวัดตามหมู่บ้านคลองชะโด มีเนื้อที่ตั้งวัด 23 ไร่ 2 งาน 76 ตารางวา ดำเนินการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2515 และก่อสร้างอุโบสถเมื่อ พ.ศ.2517 ปัจจุบันอาคารเสนาสนะสงฆ์ครบบริบูรณ์ วัดนี้ มีสมภารปกครองสืบทอดกันมา 9 รูป ตามลำดับดังนี้ 1.พระอธิการถึก 2.พระอธิการหมอน 3.พระอธิการเก๋ 4.พระอธิการชิ้น 5.พระอธิการใบ 6.พระอธิการผิว 7.พระอธิการก๊ก กลฺยาโณ 8.พระอธิการบัว รตนปญฺโญ 9.พระครูสุกิจวิบูล (หลวงพ่อทัศน์) พ.ศ.2512 ถึงปัจจุบัน 10. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัด สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดคลองชะโด คือ หลวงพ่อสุโขทัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ เป็นที่เคารพศรัทธากราบไหว้ของชาวบ้าน สันนิษฐานสร้างขึ้นปลายสมัยสุโขทัย ประดิษฐานในหอสวดมนต์ พุทธลักษณะ ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 25 นิ้ว ศิลปะสุโขทัย ตามประวัติมีว่านายหรั่ง บุญเรืองรอด เป็นชาวบ้านกล้วย มีอาชีพล่องเรือขายข้าวเปลือก ไปขายที่กรุงเทพฯ ได้ไปขอหลวงพ่อวัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นโดยทั่วไป ท่านให้มาและได้นำมามอบให้วัดคลองชะโด ประดิษฐานอยู่ศาลาพื้นดินในระยะแรก ครั้นต่อมาปูนปั้นเกิดหลุด ชาวบ้านได้เห็นองค์พระเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ ได้ช่วยกันรักษาดูแล พอถึงวัดสิ้นเดือน 12 ของทุกปี จะมีประเพณีอัญเชิญหลวงพ่อสุโขทัย ออกมาให้พุทธศาสนิกชนได้ปิดทองในงานปิดทองหลวงพ่อสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล พระครูสุกิจวิบูล (หลวงพ่อทัศน์) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้ประชุมชาวบ้านปรึกษาหารือกันว่า สมควรที่จะสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานหลวงพ่อสุโขทัย เป็นพุทธสถานให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการกราบไหว้บูชา ปิดทอง พร้อมกับพระพุทธรูปของวัดและเก็บพระไตรปิฎก เมื่อถึงวันงานปิดทองพระประจำปี มีประชาชนเดินทางไปร่วมงานปิดทองหลวงพ่อสุโขทัยและร่วมทำบุญกันมาก รวมทั้งญาติโยมที่มาจากต่างถิ่น เป็นที่เชิดหน้าชูตาของท้องถิ่นไปด้วย สำหรับวิหารที่จะสร้างขึ้น ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 14 เมตร ชั้นเดียว ทรงจั่วงบประมาณ วิหารหลวงพ่อสุโขทัย ได้วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระเทพสุวรรณโมลี วัดป่าเลไลยก์ เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี ปิดทองเปลวแผ่นดวงศิลาฤกษ์ และประกอบพิธีวางแผ่นดวงศิลาฤกษ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
เจดีย์กลางน้ำวัดบ้านกร่าง  
อยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำด้านใต้ สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 มีอายุราว 150 ปี เดิมตั้งอยู่กลางแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นไว้สำหรับประชาชนมาสักการะในวันลอยกระทง แต่เนื่องจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ จึงทำให้พระเจดีย์มาตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ราชกาลที่ 5 เสด็จทรงนมัสการเจดีย์กลางน้ำองค์นี้ คราวเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรี เมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ.2451 และตั้งพลับพลาที่ตำบลบ้านกร่าง
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร  

[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย  
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกร่าง ติดทางหลวงหมายเลข 340 มีเนื้อที่ 70 ไร่ ประชากรควายประมาณ 100 ตัว วัตถุประสงค์ที่สร้าง " บ้านควาย-สุพรรณ" ขึ้นมา เพื่อสะท้อนถึงวิธีการดำรงชีวิตของชาวนาไทยสมัยก่อน ที่ทำนาแบบโบราณ ซึ่งสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับควายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเชิงอนุรักษ์ รักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมแบบดั่งเดิมที่เป็นมรดกของชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น เป็นความรู้ เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. และมีกิจกรรมน่าตื่นตาตื่นใจของควายให้ได้ชม เช่น การประกวดควายงาม การแสดงความสามารถพิเศษของควาย นอกจากนี้ยังสามารถสัมพัสกับ วิธีการดำเนินชีวิตแบบย้อยยุคและกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การทำนาแบบโบราณที่ยังใช้แรงงานจากควาย และอุปกรณ์การทำนาแบบโบราณ เป็นต้น
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]

 
   
   
   
 
ตลาดเก่าศรีประจันต์  
เป็นชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน เดิมเป็นท่าเทียบเรือข้ามฟากเพื่อขนถ่ายสินค้าและการคมนาคมทางน้ำ ซึ่งมีการค้าขายในชุมชนกันอย่างคึกคัก ระหว่างทิศเหนือ " ตลาดสามชุก" และตลาดโพธิ์พยาทางทิศใต้ ทำให้ชุมชนศรีประจันต์ขยายตัวจากท่าเทียบเรือเป็นตลาดลักษรณะแถวยาวเรียงต่อกัน จึงได้ชื่อว่า "ตลาดโรงยาว" ต่อมาคุณหลวงอนุกูลราชกิจ (นายทอง) ยกที่ดินให้ราชการตั้งเป็น อำเภอศรีประจันต์ จึงได้เกิดตลาดสดวัดยาง ต่อมาในปี พ.ศ. 2496 ได้จัดสร้างตลาดไชยานุภาพและเป็นตลาดสดศรีประจันต์ นับตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันตลาดสดศรีประจันต์ยังคงสภาพความเก่าแก่ทั้งวิถีชีวิตชาวบ้านรวมถึงอาหารสูตรโบราณต่างๆ
[ แก้ไขล่าสุด : วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2560]